++โฉมหน้ารถยนต์ในปี 2057++
posted on 26 Nov 2007 13:43 by poompuien in -News-
สวัสดีวันจันทร์ครับ...
กลับมาที่เรื่องราวของของเทคโนโลยีกันต่อครับ เอ็นทรีก่อนผมร่ายซะยาวรวดเดียวจบ จนทำให้บางคนต้องกุมขมับ นวดยาหม่องอ่านบทความนี้ไปด้วย ซึ่งกระผมต้องขออภัย ระคนไปกับความดีใจมากครับที่ยังมีคนสนใจอ่านเรื่องราวที่ผมนำมาฝากกัน เพราะบางเอ็นทรีนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ค่อนข้างจะลงลึกรายละเอียดอยู่ซักหน่อยครับ เอาเป็นว่าหากผมเกิดบ้าพลังขึ้นมาแบบนั้นอีกช่วยเตือนสติผมด้วยนะครับ และผมจะได้แบ่งออกเป็นหลายๆตอน หลายๆ part หน่อย จะได้อ่านกันได้ไม่รากแตกกันจะเกินไป...^^''
สำหรับเอ็นทรีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมากครับ อ่านสบายๆเนาะ^^ ... เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์ต้นแบบในอนาคต ปี ค.ศ.2057 ครับ มาดูว่ารถยนต์ในโลกอนาคตข้างหน้า์จะล้ำลึก ล้ำสมัยกันขนาดไหน จะเป็นเหมือนในหนัง "สตาร์วอร์" กันเลยหรือเปล่า? และลูกหลานเราจะได้มีโอกาสได้สัมผัสหรือไม่? ไปดูกันได้ ณ บัดนาว ครับ!!!
ลัดฟ้าไปกันที่ L.A. หรือ LosAngeles กัน ที่นี่เค้ามีงาน L.A. Auto Show อันเป็นงานเกี่ยวกับการออกโชว์ยานยนต์ล่าสุดจากค่ายยานยนต์ระดับโลกต่างๆ (ว่ากันง่ายๆ ก็งานมอร์เตอร์โชว์อ่ะนะ แต่เป็นแบบพี่บิ๊กครับ) ซึ่งเค้าจัดกันทุกปี (หรือสองปีครั้งหว่า?) หมุนเวียนกันไปตามเงี่ยงมุมต่่างๆ ทั่วโลก และส่วนที่ขาดไปเสียมิได้ของงานก็คือ "การประกวดการออกแบบรถยนต์คอนเซ็ปต์" ครับ มาปีนี้มีผู้เข้าแข่งขันนั้น มากมายหลากหลายยี่ห้อเข้ามาประชันไอเีดียกัน ซึ่งหัวข้อก็คือ "ยานยนต์ในปี 2057 (L.A. Auto Show Robocar : 2057)" นั่นเอง หรือ รถยนต์ในอีก 50 ปีข้างหน้า โห...มันไกลไปป่าวอ่ะเพ่? อะแฮ่มๆ ใครที่อายุถึงตอนนั้นก็ลองดูๆ เล็งๆ ไว้หน่อยนะครับ เผือจะมีขับ (หรือให้ลูกหลานขับให้) กะเค้าบ้าง เหอๆๆ
งานนี้ GM หรือ General Motors บอกว่าหมูๆครับ เพราะเมื่อสองปีก่อนก็คว้ารางวัลชนะเลิศมากอดแล้ว คาดว่าปีนี้คงไม่พลาดแน่ๆเหมือนแช่แป้ง ด้วยคอนเซ็ปต์รถที่ชื่อว่า 'Ant' .....ใช่ครับชื่อนี้แหละ... หรือจะแปลเป็นไทยว่า 'มด' ก็คงแปลไม่ผิดครับ แต่ผมว่าอย่าแปลเลยดีกว่าเพราะหากท่านดูภาพแล้ว มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับมดซะกะนิดเลยครับ เอาเป็นว่าเป็นชื่อเฉพาะก็แล้วกันนะครับทุกท่าน...
ย่องๆไปหาทาง Mercedes-Benz ก่อน เจ้าพ่อรถเยอรมันครับ ว่าเค้าออกแบบรถหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง ชะแว้บบบบบ......
ฮ่วย!! รถเบ๊นซ์จริงๆเหรอ (ฟระ) ผมว่ามันต้องบินในวงโคจรโลกได้แน่ๆครับ ^^'' เจ้านี่ชื่อว่า "SilverFlow" รูปร่างนั้นชวนให้คิดถึงรถแข่งในยุค 1950 ที่ชื่อว่า Silver Arrow เสียจริงครับ ทาง Mercedes ได้ออกแบบรถด้วยวัสดุ "Micro-metallic particles" หรือกระเสือกกระสนแปลเป็นไทยได้ว่า วัสดุอนุภาคโลหะระดับไมโคร (โอย...เหนื่อย) ซึ่งมึคุณสมบัติในการเรียงตัวของอนุภาคได้ตามลักษณะรูปร่างของตัวถังรถ โห...มันอันเดียวกับวัสดุทำคนเหล็กป่าวอ่ะ? ยุคมันก็ใกล้ๆกันไม่ใช่เหรอ?
ช่างมันครับ...-_- ไปหา Honda บ้างดีกว่า ว่าทางเอเชียอย่างคนญี่ปุ่นที่ชอบออกแบบเป็นชีวิตจิตใจนั้น รถยนต์จะแหวกแนวได้ขนาดไหน.....ผ่างๆ!!!!
นั่นไง อะไรก็ไม่รู้ครับ เอาอีกแล้ว ไม่เพ่งนี่ผมดูไม่ออกจริงๆนะ 555+ ที่เห็นลอยไปมานี่ Honda ขอภูมิใจนำเสนอครับ นามว่า 124 (อ่านว่า วัน-ทู-โฟ) ไร้ล้อ ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน หลับเต็มตื่น ต้องเครื่องนอน Honda.... อ๊าก!! ติงต๊องอีกแล้ว...-*- ไม่ใช่ครับ... ไร้ล้อ และ ไร้ควันครับ เพราะมันใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผสมผสานกับพลังงาน จุด จุด จุด (ไม่รู้อ่ะ ก็มันบอกว่าเป็นแบบไฮบริดจ์นี่นา 555) อ้อ...Honda บอกว่า เจ้า 124 นี้สามารถแปลงร่างได้ 4 ร่างเพื่อให้เหมาะสมกับการขนส่ง 4 แบบครับ เหอๆ
กระโดดกลับมาที่ยุโรปกับ Volkswagen ครับ กับ "Slipstream" รถออกแนวๆ เอเลี่ยนอีกแล้วครับ มันเป็นรถที่ไม่จำเป็นต้องให้เราขับ เพราะมันขับให้เองเลย แบบว่าออโต้ๆน่ะ... เจ้า Slipstream นี้มีอยู่สองโหมดครับ คือโหมดแรกหากวิ่งด้วยความเร็วต่ำ ห้องโดยสารจะตั้งขึ้น (ดูจากรูปจะเข้าใจครับ) และอีกโหมดคือวิ่งด้วยความเร็วสูง มันก็จะหมุนห้องโดยสารให้นอนลงเพื่อให้รูปร่างรถลู่ลม เป็นไปตามหลัก AeroDynamic นั่นเอง...ที่ความเร็ว 250 ไมล์ต่อชั่วโมง!!!.... ช็อก!!!O_o
กั๊กของ GM ไว้ครับ ไอ้ 'Ant' ที่ว่านี้มันมีหน้าตาเยี่ยงไร.... รับชม!!!
งะ... นี่มันรถสำรวจดาวอังคารป่าวครับเนี้ย? เ้อ้อ...ไม่ใช่ครับ นี่แหละหน้าตา 'Ant' ที่ว่านั่นแหละครับ...อ้าว อย่าทำหน้าเช่นกระนั้นสิครับ... ตัวเก็งนะนี่ ตัวเก็งการประกวดนะครับพี่น้อง... เฮ้อ ขอถอนหายใจสองเฮือก... สงสัยค่าย GM เค้าคิดว่าปี 2057 โน้นพื้นโลกคงกลายเป็นเหมือนดาวอังคารเสียแล้วกระมังครับ เลยออกแบบหน้าตา 'Ant' เป็นเช่นนี้ ขับไป เก็บก้อนหินไปด้วย ประมาณนั้นครับ 555+ เลอะเทอะมากไปแล้ว กลับเข้ามาที่รายละเอียด Ant กันต่อดีกว่าครับ...
Steve Anderson ดีไซน์เนอร์ของ GM บอกว่า "มันเป็นได้มากกว่ารถยนต์" นั่นไง! เอาอีกแล้วครับพี่น้อง.... Steve ได้ออกแบบให้แต่ละชิ้นส่วนสามารถพับเก็บ และแปลงร่างได้หลายรูปแบบครับ บนฐานล้อจำนวน 3 ล้อ ที่หมุนได้รอบทิศทาง มันจึงเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระบนพื้นผิวทุกชนิด ยกเว้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ ปีนกำแพง... โดย Ant สามารถปรับเปลี่ยนแผ่นขาวๆที่ท่านเห็น ประกอบเป็นรูปร่างๆต่างๆ ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ เช่น ฝนตก ก็เป็นร่ม อยากรับลมก็เปิดประทุน หรืออยากเกาะติดกับรถคันอื่นก็ทำได้ อะไรประมาณนั้นครับ... ทั้งหมดทำด้วยโครงสร้าง Artificial muscles หรือ กล้ำกลืนแปลเป็นไทยว่า "กล้ามเนื้อประดิษฐ์" (อี๋ น่าหยะแหยงง่ะ -*-) หรือเรียกได้อีกอย่างว่า Electroactive polymer actuators ครับ ตัวแผ่นขาวๆนั้น ทำจากวัสดุประเภทสารประกอบ Nano carbon polymer ผสมผสานกับ Carbon Nanotube แบตเตอรี่ (แบบว่า ชื่อหะรูหะรามากครับ) เพื่อเป็นตัวเก็บสะสมพลังงานสำหรับ Ant นั่นเอง
นอกจาก Ant ที่น่าทึ่งแล้ว GM ยังได้ออกแบบรถสำหรับคนที่ชอบความคลาสสิคไว้ด้วยเช่นกันครับ แต่ในปี 2057 โน้นคงไม่มีน้ำมันให้ใช้กันแล้ว GM เลยใส่เครื่องแบบ Ant ไว้ภายในแทนเครื่องยนต์ที่ซดน้ำมันครับ ดังภาพที่เห็นดังต่อไปนี้...
อุ๊! แม่จ้าว...งามอย่างมีคุณค่ามั่กๆครับ เจ้านี่คือ Corvette ในเวอร์ชั่นปี 2057 ผสานร่างกับเทคโนโลยี Ant ครับ สังเกตที่ล้อหลังสิครับว่ามันแปลกๆมั้ย? อย่างกับเป็นลูกไฟพลังงานหมุนอยู่ที่ล้อเลยใช่ป่าวครับ...เพื่อให้หายสงสัย ผู้ให้คำตอบนี้ก็หน้าเดิมครับ คุณ Steve ผู้ออกแบบอีกเช่นเคย... เค้าบอกว่าจริงๆแล้วมันไม่เว่อร์ขนาดเป็นพลังงานหมุนที่ล้อหรอกครับ ในภาพที่เห็นนั้นคือ เจ้า Ant แปลงร่างและสอดร่างคืบคลานเข้าไปใต้โครงรถ แล้วควบคุมการหมุนของล้อหลัง และเพลาหน้านั่นเอง โหย...อะไรพี่จะคิดได้สุดพรรณนาปานฉะนี้ เหมาะกับคนที่อยากขับรถที่เหมือนอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง ต้องยกนิ้วให้ คุณ Steve จริงๆครับ มิน่าล่ะ มันถึงเป็นตัวเก็งชนะเลิศการออกแบบรถคอนเซ็ปต์ในปีนี้....
ขอขอบคุณข่าวสารเด็ดๆจาก TGDaily.com ครับ
^/|\^
ปล. วันลอยกระทงครับ...
เทศกาลลอยกระทงผ่านไปแล้ว แต่ผมไม่ได้ลอยครับ เสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะอยากจะขอขมาแม่น้ำ.... เอ้า... จริงๆ นะครับ ผมอยากจะขอขมา ขอสมา หรือ ขอสูมาเต๊อะ แม่น้ำอย่างแท้จริง ตอนแรกผมก็คิดอยากไปเที่ยวเทศกาลแบบคนทั่วๆไปแหละครับ ดูนั่น ดูนี่ กินๆ เล่นๆ แล้วปิดท้ายด้วยการลอยกระทงลงสู่คงคา กับคนรู้ใจ แถมชัีกภาพสวยๆ ของพลุอีกหน่อย เท่านี้ก็รู้สึกว่าคุ้มค่ากับการเทศกาลลอยกระทงแล้วครับ...
แต่นั่นมันก็เป็นความคิดเมื่อปีก่อน... มาปีนี้ผมไม่รู้ตัวน่ะครับว่าวันเสาร์ที่ผ่านมานี้มันเป็นวันลอยกระทง!!! ปุบปับ รู้ตัวกระทันหันในวันนั้นเลย แล้วก็ตบหัวตัวเองว่า ทำไมเป็นคนลืมขึ้อย่างนี้ เอ๊ ขี้ลืมสิ ฮะๆ ^^'' ในหัวเลยรีบร้อนคิดแผนจะไปลอยกระทง ว่าไปที่ไหน กินอะไร เล่นอะไร ลอยแม่น้ำไหน สารพัดครับ กลัวพลาดเพราะปีนี้เค้ามีจุดพลุให้ในหลวงด้วย...แฟนผมคงชอบ
เลยหันไปหาคุณแฟนกะว่าจะปรึกษาจั๊กหน่อย แต่ก็เห็นตาเบลอๆ และนอนกุมหัวอยู่ ปรากฏว่่าแฟนผมเค้าไม่ค่อยสบายครับ ผมเลยต้องอยู่ดูแลในวันลอยกระทงนี้นั่นเอง แผนการเลยพับเก็บไว้ใช้ปีหน้าครับ (โอ้ว ประหยัดดีจริงๆ) ก็เลยมานึกว่า วันลอยกระทงเนี้ย มันคือวันอะไรกันแน่?
....เกือบลืมไปแล้วครับว่า วันลอยกระทงเนี้ย จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือเป็นการขอขมาลาโทษ แม่น้ำผู้มีพระคุณของเราทุกคนรวมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย แม่น้ำคือสายธารแห่งชีวิต ที่ใดมีน้ำที่นั่นมีชีวิต และการมีชีวิตคือความงดงาม เราใช้น้ำในการดื่มกินให้เรายังคงอยู่บนโลกใบนี้ เราใช้น้ำในการชะระล้างสิ่งสกปรก ทำให้เราสะอาดและไม่มีโรคภัยคอยรบกวน เราใช้น้ำจากแม่น้ำในการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา ให้กับเกษตรกรยังชีพได้ เป็นอาหารส่งต่อมายังเราทุกคนด้วย เราใช้แม่น้ำในการเดินทางด้วยเรือ และขนส่งสินค้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้สบายๆ และมีบางครั้งเราก็ได้ทำให้แม่น้ำต้องแปดเปื้อนสกปรก ด้วยความพลั้งเผลอไม่ตั้งใจ (หรือตั้งใจก็มี) ทำให้แม่น้ำอันเป็นผู้มีพระคุณนั้นมีมลทิล ผิดไปจากธรรมชาติ ดังนั้นในวันลอยกระทงนี้ กระผมและทุกๆคนจึงขอขมาแม่น้ำ เจ้าแม่คงคาที่คอยปกปักรักษาแม่น้ำได้โปรดอภัยให้กับเราทุกคนด้วย และเราทุกคนสัญญาว่าจะช่วยดูแลแม่น้ำให้อยู่ในสภาพดีและดียิ่งๆขึ้นไปอีก เพื่อลูกหลานในวันข้างหน้าได้มีน้ำมีกินมีใช้ และที่สำคัญยิ่งคือเพื่อยังคงโลกใบนี้สวยงามตลอดไป...
| Hairspray - You Ca... |

ปล.พี่สู้อยู่แล้ว \/ ยกมือสองนิ้วแบบนี้ป่าว
#1 By tungmay on 2007-11-26 16:54