สวัสดีครับ...จั่วหัวแบบนี้ วันนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องราวการจากไปของ HD-DVD กัน HD-DVD เป็นเทคโนโลยี Optical Drive และ Storage ใหม่ล่าสุด แต่มาได้ไม่ถึงที่สุด ก็มีอันเป็นไปไปเสียก่อน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ก่อนอื่นอาจมีหลายคนยกมือถามก่อนว่า HD-DVD คืออะไร? เหมือน DVD หรือเปล่า? ทำไมฉันยังไม่รู้จักมันเลยล่ะ แต่มันดันจากไปเสียแล้ว นี่ฉันตกยุคแล้วหรือ?

 

 

 

            ยังครับ ยังไม่ตกยุคหรอก มันมาเร็วและไปเร็วครับ ตอนนี้ในเมืองไทย แทบจะหา HD-DVD Drive หรือ แผ่น HD-DVD ได้ยากหรือน้อยมากครับ จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่บางคนจะไม่รู้จักพวกมัน แต่จะรู้สึกคุ้นๆทันที หากได้ยินคำว่า ภาพ High-Def, ช่องต่อ HDMI ความละเอียด 720p หรือ ความละเอียด 1080i นั่นก็เพราะว่าคำเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของโฆษณาทีวีความละเอียดสูงที่แพร่ภาพล้างสมองพวกเราทุกวี่ทุกวัน คำเหล่านี้คือคุณสมบัติบางอย่างในหลายๆ อย่างของ HD-DVD อันเป็นต้นตอที่แท้จริง...โอ้ละหนอ โฆษณาจงเจริญ!

 

            HD-DVD คืออะไรกันแน่? พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ มันเป็น DVD ที่อัพเกรดแล้วนั่นเอง

 

            แต่เดี๋ยวก่อน...พวกคุณคงรู้จัก DVD แล้วสินะ?

            ไม่เอาน่า~ได้โปรดเถอะ...คุณรู้จัก DVD แล้วละกัน =3=’’’

 

            HD ย่อมาจาก ‘High Definition’ แปลว่า ความละเอียดสูง หากคุณเคยดูหนังจากแผ่น DVD ที่ว่าภาพชัดแล้ว เจ้า HD-DVD จะมอบความคมชัดยิ่งกว่าให้คุณถึง 2 เท่า ให้เสียงแบบมัลติแชแนล 7 ทิศทางหรืออาจมากกว่า ขนาดเข็มตกคุณก็ได้ยิน แล้ววันหลังคุณจะได้ไม่ไปเหยียบเข็มอีก -0- แถมความจุของแผ่น HD-DVD ก็มากล้นถึง 50 GB มากกว่าแผ่น DVD ถึง 10 เท่า ทีนี้คุณคงพอจะรู้จัก HD-DVD กันพอหอมปากหอมคอแล้วนะครับ

 

            ดังนั้น หากเราอยากอัพเกรดอะไรสักอย่างก็จะต้องเติม “HD” นำหน้าหรือต่อท้าย เช่น ผมอยากอัพเกรด blog ของผมให้ดูดี มีคนเข้ามาดูวันละ 1 ล้านคน ก็จะต้องเติม HD เข้าไป กลายเป็น “HD-poompuien.exteen.com” เป็นไง เจ๋งมะ? หรืออยากจะอัพเกรด “ดินสอกด” อันไร้ค่าให้มีคุณค่าน่าใช้งานก็ต้องเติม HD เข้าไปเช่นกัน เป็น “ดินสอกดแบบ HD” ก็จะช่วยได้เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้อาจจะเติม HD เข้าไปในชื่อ คน สัตว์ สิ่งของ ก็ได้ตามใจชอบ แล้วแต่ว่าอยากอัพเกรดให้ ผู้นั้น ตัวนั้น อันนั้น มันดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา เช่น “นายสมชาย HD”, “เจ้าดิ๊กกี้เวอร์ชัน HD”, “กางเกงยีนส์แบบ HD (หรือจะเรียกว่ากางเกงยีนส์แบบ High-Def ก็ได้ ไม่ว่ากัน)”, ขวดน้ำ HD, ถังขยะ HD, มากมายจิปาถะ เอาเป็นว่า เติมHD มันอินเทรนด์จริงๆ....

 

            กลับมาต่อเรื่อง HD-DVD กันอีกครั้ง...

 

            แล้ว HD-DVD มันดีออกอย่างนี้ ทำไมมันต้องตาย ต้องอวสานด้วย? ต้องใช้ DVD กันต่อไปหรือยังไง? ก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างนั่นแหละครับ มีเกิดก็ต้องมีดับ HD-DVD ก็ไม่เว้น (น้าน!!!~มีธรรมะธัมโม!!~) เรามาดูเส้นทางความเป็นมาตรงนี้กันหน่อยประกอบความเข้าใจ...

  

 

 

            ทีนี้คงพอจะเห็นภาพแล้วนะครับว่า HD-DVD ถูกใครสังหาร และเราก็ไม่ต้องใช้ DVD เหมือนเดิมหรอก แต่เราจะได้ใช้ Blu-Ray แทน!

 

            เอาล่ะครับมา “ย้อนรอย” กัน...

 

            จากภาพประกอบ เส้นทางสายนี้ดำเนินเป็นเส้นตรงไม่รีบไม่ร้อน เริ่มแรกเดิมทีเราก็ใช้ม้วน Video กัน พอแผ่น CD เข้ามาก ก็ใช้แผ่น CD แทนม้วน Video ต่อมามีแผ่น DVD เข้ามาจ่อคิว เราก็เริ่มใช้แผ่น DVD แทน CD มากขึ้นๆ เป็น step step เช่นนี้เรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้ทางมันแยกออกเป็น 2 แพร่งเสียแล้ว ทางหนึ่งคือ HD-DVD อีกทางหนึ่งคือ Blu-Ray...

 

            แล้วเราจะไปทางไหนกันล่ะ?

 

คำถามนี้ทำให้เกิดขั้วสองขั้วขึ้นมา คือ ขั้วโลกเหนือ และ ขั้วโลกใต้! –ไม่ใช่ครับ!—

ทำให้เกิดสองขั้วขึ้นมาคือ คนที่ชอบ HD-DVD และคนที่ชอบ Blu-Ray!

 

            กลุ่มคนรัก DVD ส่วนใหญ่ก็อยากเติม HD ไว้ข้างหน้าเป็น HD-DVD ก็พากันไปทางนึง โดยมีผู้นำคือ Toshiba (นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต ตึ่ง ตึ๊ง~)

 

            กลุ่มคนรัก “ความแปลกใหม่” อยากใช้ Blu-Ray ก็พากันไปทางนึง โดยมีผู้นำคือ Sony (นำสิ่งดี๊ดีสู่จึวิด แต่ว แต๊ว~)

 

            ทั้งสองฝ่ายตั้งตนเป็นอริกัน ต่างก็แข่งขัน ห้ำหั่น ดูแคลน แก่งแย่ง ชิงดี (มากไปมั้ย?) ดันแล้วดันอีก หวังเพียงให้ทางสายของตนเป็นมาตรฐานใหม่ที่จะมาแทน DVD

 

 

            แล้ว Blu-Ray คืออะไร? มาจากไหน? แล้วทำไมต้อง Blu-Ray ด้วย?

 

            กล่าวให้เข้าใจง่ายๆ Blu-Ray นั้นมีคุณสมบัติคล้ายกับ HD-DVD นั่นแหละครับ เพียงแต่มันใช้งานร่วมกันไม่ได้ก็เท่านั้นเอง (แต่มันทำให้แตกแยกอย่างมากมาย) ความละเอียดของภาพก็เท่าๆ กัน เสียงก็ 7 แชแนลเหมือนกัน ลูกเล่นก็ไม่แตกต่างกันนัก แต่ความจุที่ Blu-Ray ให้มาอาจจะเยอะกว่า HD-DVD อยู่สักหน่อย ซึ่งก็เป็นความภูมิใจของ Sony เลยล่ะ

 

            ส่งครามแก่งแย่งมาตรฐานจึงอุบัติ ต่างฝ่ายต่างงัดเอากลยุทธ กลวิธีต่างๆ นานา มาเสริมความสามารถของตนให้เหนือกว่าอีกฝ่าย ทาง Toshiba ได้สร้างต้นแบบเครื่องอ่านแผ่น HD-DVD พร้อมแผ่น DVD ครบเซ็ต ส่วนทาง Sony ก็สร้างต้นแบบเครื่องอ่านแผ่น Blu-Ray พร้อมแผ่น Blu-Ray มาพร้อมๆ กัน จากนั้นทั้งสองก็ต่างประกาศป่าวร้องให้บริษัทห้างร้านต่างๆ รีบเข้ามาสนับสนุนแนวคิดของตน เรามาดูกันครับว่าแนวคิดของทั้งสองมีอะไรดึงดูดใจเราบ้าง? แล้วคุณอยากเลือกฝั่งไหน?

 

HD-DVD

 

 

            อย่างที่ทราบ HD-DVD เป็นการอัพเกรดจาก DVD ดังนั้น พื้นฐานของ HD-DVD จึงคล้ายคลึงกับ DVD มาก ปรับโน่นปรับนี่หน่อย เติม HD ไว้ข้างหน้า ก็ได้ HD-DVD ออกมาแล้ว เพราะมีพื้นฐานอยู่เป็นทุนเดิมนี่เองจึงทำให้การลงทุนและพัฒนาไม่ต้องเริ่มใหม่กันหมด เสียเงินไม่มาก ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาก็มีต้นทุนต่ำ ปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ระหว่างเทคโนโลยีเก่ากับเทคโนโลยีใหม่จึงแทบจะไม่มีเลย... นี่เป็น step การพัฒนาเหมือนกับสมัยการเปลี่ยนแปลงจาก CD ไปเป็น DVD ที่ต่อยอด ต่อคุณสมบัติ ต่ออายุ เป็น step by step ระดับเทพเช่นนี้ ดูแล้วเป็นอะไรที่มั่นคง น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง ไม่นานนักหลังจากการประกาศเปิดตัวการทำวิจัยเกี่ยวกับ HD-DVD ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง Intel, Microsoft, Warner Bros., Universal, Paramount แห่แหนมาออกันที่มาตรฐาน HD-DVD ต่างก็คิดว่ารูปแบบคงจะลงเอยเหมือนเมื่อครั้งที่คลอดมาตรฐาน DVD อันสวยหรู...

 

Blu-Ray

 

 

            ของใหม่ ออกแบบใหม่ เทคโนโลยีใหม่ โดย Sony!!

            ขึ้นชื่อว่า Sony ก็ทราบได้ทันทีว่าไม่หยี่หระต่อใครหน้าไหน ไม่ว่าโลกทั้งโลกจะเอนเอียงไปทางใด พี่แกขอยืนหยัดในเจตนารมณ์ของตน อยากมีมาตรฐานอย่างไรก็สร้างขึ้นมาเสียสิ...ชั้นใช้เอง ไม่ง้อใคร!! ลองดูที่ผ่านมาตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ การที่ Sony สร้าง Memory Stick ขึ้นมาเป็นหน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์จำพวก กล้องดิจิตอล เครื่องเล่น MP3 เครื่องเล่นเกมอย่าง PSP รวมถึงโทรศัพท์มือถือ พวกนี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ Memory Stick เท่านั้น ต่างจากค่ายอื่นๆ ที่สามารถใช้หน่วยความจำได้หลากหลาย ใช้ร่วมกันได้ อิสระเสรี...

 

            และครานี้ก็เช่นเดียวกันกับ Blu-Ray หรือแสงสีน้ำเงินที่ทาง Sony ไม่เพียงขอเอามาเป็นมาตรฐานของตัวเองเหมือนทุกครั้ง แต่ยังต้องการให้มันเป็นมาตรฐานของโลกด้วย และประเดิมโดยการยัดเยียด Blu-Ray ลงไปใน “PlayStation3” เครื่องเกมคอนโซล next-gen รุ่นล่าสุดของตนอย่างไม่กลัวว่าจะมีใครต่อต้าน หรือกลัวว่าจะขายไม่ออก (จริงๆยอดขายก็ไม่ค่อยตามเป้านักนะ แต่ไม่เกี่ยวกับ Blu-Ray หรอก...) นับได้ว่า Sony หัวแหลม (เช่นเคย) เพราะเจ้า PlayStation นั้นเป็นตำนานอันเกรียงไกรของ Sony ที่ทำให้คนทั่วโลกต้องก้มคาราวะมานานแสนนานแล้ว และหากติด Blu-Ray เข้าไปกับ PlayStation3 แล้วล่ะก็ มันจะกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และแล้วทุกคนก็จะสัมผัสกับ Blu-Ray อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้... (สมกับสโลแกนที่ว่า “Sony Society” จริงๆ)

 

            แม้ Blu-Ray จะมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า HD-DVD แต่มีเทคโนโลยีที่สดใหม่กว่า ก้าวล้ำกว่า ยังสามารถต่อยอดได้อีกมาก เพราะเสมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ พื้นฐานใหม่ เมื่อเทียบกับ HD-DVD แล้ว Blu-Ray มีความทนทานกว่า เก็บข้อมูลได้มากกว่า และมี Sony อันเป็นผู้นำในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อด้านภาพยนต์ เพลง เทคโนโลยีมหาศาล นวัตกรรมแปลกๆ ใหม่ๆ และที่ขาดไม่ได้คือ สังคมของพวกเขา ที่คอยหนุนนำ Blu-Ray ให้ไปตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน หรือพูดให้เข้าใจก็คือ Blu-Ray หนุ่มแน่นกว่าแถมมีพ่อเลี้ยงให้การสนับสนุน จะขึ้นชกที่ไหนก็เชื่อขนมกินได้เลยว่า ไม่สร้างความผิดหวังให้กับผู้ชมแน่นอน

 

            ด้วยศักยภาพที่สาธยายอย่างยาวยืดของ Sony ทำให้ยักษ์ใหญ่วงการภาพยนตร์หนึ่งโหลเข้าร่วมกับ Blu-Ray อย่างไม่ต้องคิดมาก และไม่ต้องคิดอะไรอีกต่อไป เนื่องจากตัว Sony เองก็เป็นขาเก๋าของวงการภาพยนต์ Hollywood มาอย่างยาวนานอยู่แล้ว อย่างนี้ Blu-Ray มันจะไปเจ๊งได้เยี่ยงไร! แล้ว Toshiba ล่ะเป็นใคร? เกี่ยวอะไรกับวงการนี้? คำตอบคือ “เปล่าเลย...”

 

            มาดูตารางค่ายภาพยนตร์ผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่ายกันครับ...

 

 

 

            มาถึงตรงนี้คุณเลือกฝ่ายไหนครับ?  หากยังเลือกไม่ได้ หรือขี้เกียจเลือก ลองมาดูว่าสมาชิกบอร์ดบริหารของทั้งสองฝ่ายมีใครกันบ้าง

 

 

 

            แสงแห่งชัยชนะของ Blu-Ray จากรำไรในตอนแรกๆ ก็เริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นทุกวี่ทุกวัน ผมจำได้ว่า เมื่อเดือนมีนาคม ปีที่แล้ว Sony ออกมาพูดเลยว่า “HD-DVD จะพ่ายแพ้ให้กับ Blu-Ray ไม่เกิน 1 ปี!!!แน่นอน!!!”

 

            ดั่งคำประกาศิต!! ล่าสุด…เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทาง Warner Bros. เจ้าของคอนเทนต์ DVD ที่ใหญ่ที่สุดใน Hollywood ประกาศย้ายข้างกันหน้าด้านๆ จากทางฝั่ง HD-DVD ไปกระแซะหา Blu-Ray ทิ้งให้ Intel, Microsoft, Paramount, Dreamworks และ Universal ไว้เบื้องหลัง เอาล่ะสิครับ วงเริ่มแตกเสียแล้ว!!...

 

            ทำไมจึงย้ายข้างน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าสิ่งที่ Blu-Ray มีนั้น ตอบโจทย์ให้กับสื่อต่างๆ ได้กว้างกว่าของ HD-DVD ยังไงล่ะครับ แม้เทคโนโลยีจะราคาแพง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

 

            คุ้มอย่างไร? ลองดูตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติสิครับ แล้วจะเข้าใจได้ทันที...

 

 

            Blu-Ray ชนะขาดลอยครับ โดยเฉพาะความจุข้อมูลนั้นเป็นตัวตัดสินว่า Blu-Ray เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสื่อต่างๆจริงๆ จริงอยู่ที่ HD-DVD จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า DVD ถึง 10 เท่า ซึ่งก็ถือว่ามหาศาลมาก สามารถใส่อะไรต่างๆ ลงไปได้มากมายจนเหลือเฟือเหลือใช้อยู่แล้ว แต่หากคุณได้มากยิ่งกว่า HD-DVD ล่ะ มันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะปฏิเสธมันไ่ม่ใช่เหรอ? แม้่ว่าตอนนี้เราจะยังนึกไม่ออกว่าจะใส่อะไรลงไปใน Blu-Ray ให้ครบ 100 GB ก็ตามที

 

            เราทุกคนชอบสิ่งที่เหนือกว่า นั่นเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องการครับ ใหญ่กว่า ดีกว่า ใครล่ะจะไม่อยากได้ หากมองไกลออกไปในอนาคต Blu-Ray จะสามารถรองรับสื่อมัลติมิเดียรูปแบบใหม่ๆและขนาดมหึมาได้เป็นอย่างดี ค่ายหนังต่างๆ สามารถใส่ฟีเจอร์ ไอเดีย ลูกเล่นลงไปแบบไม่จำกัดจินตนาการ ผู้ใช้งานทั่วไปก็สามารถบันทึกไฟล์งาน รูปภาพ เพลง คลิปวีดีโอได้เป็นหมื่นเป็นแสนภาพในแผ่น Blu-Ray เพียงแผ่นเดียว นี่จึงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งว่า ทำไมจึงถึงกาลอวสานของ HD-DVD

 

            ลองสังเกตดูราคาขายแผ่นภาพยนต์ HD-DVD และ Blu-Ray สิครับ ราคาเท่ากันเลย แต่ Blu-Ray มีขนาดความจุที่ใหญ่กว่าอย่างน้อย 10 GB เป็นคุณจะเลือกซื้อแผ่นไหนครับ?

 

 

ทางออกอันเกริกเกียรติของ Toshiba…

 

 

คำถามก็คือว่า ทำไม โตชิ สติไม่ดี?????   ก็เพราะว่า “โตชิ-บ้า” ยังไงล่ะครับ (555+)

อ่า...ล้อเล่นครับ เหอๆ~

 

            หลังจากที่ Warner Bros. ถอยออกจากกลุ่ม HD-DVD ไป สถานการณ์จึงยิ่งวิกฤติล่อแหลมกว่าขึ้นกว่าเดิม ทาง Toshiba เองก็ทราบเป็นอย่างดีครับว่าอยู่ในจุดที่เสียเปรียบคู่แข่งอย่างแรง หากจะยื้อยุด ชุดกระชากลากถู ฝืนทำสงครามแย่งมาตรฐานกันต่อไปจะส่งผลกระทบต่อยอดขายเครื่องเล่น HD-DVD อย่างแน่นอน ขณะเีดียวกันหากปล่อยให้มีทางเลือกให้กับผู้ใช้สองทางเลือกเช่นนี้อย่างไม่มีกำหนด ก็ยิ่งทำให้ตลาดเครื่องเล่นความละเอียดสูงถอยหลังลงคลองเอาได้ง่ายๆ เพราะคนส่วนใหญ่จะรอดูว่ามาตรฐานใดจะเป็นผู้ชนะ แล้วจึงค่อยควักเงินจ่าย…ใช่ครับ! เราทุกคนคิดเช่นนั้น! และจึงไม่แปลกว่าทำไมเครื่องเล่น HD-DVD หรือ เครื่องเล่น Blu-Ray จึงน้อยเหลือเกินในตลาดบ้านเรา...

 

            การยอมเป็นผู้แพ้ของ Toshiba ในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนปรบมือให้ด้วยความยินดี และภาคภูมิใจกับการเสียสละอันยิ่งใหญ่ นอกจากจะเปิดทางให้กับมาตรฐานใหม่แล้ว ที่ผ่านมาการที่ Toshiba เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ Blu-Ray มาตลอดก็เป็นการกระตุ้นให้ Blu-Ray ได้พัฒนาความสามารถให้ดียิ่งขึ้น เคี่ยว กรำ กดดันกันจนได้ดิบได้ดีอย่างที่เห็นในขณะนี้

 

  หากไร้คู่แข่งอย่าง Toshiba แล้ว เราอาจไม่เห็น Blu-Ray ที่ฟิตปั๋งสุดๆแบบนี้ก็เป็นได้ครับ

 

            ถึงในตอนนี้ Toshiba จะยังไม่ประกาศยกเลิกสายการผลิตเครื่องเล่น HD-DVD อย่างเป็นทางการ แต่อีกไม่นานก็จะต้องทำการหยุดในที่สุด ซึ่ง Toshiba และพันธมิตรร่วมอุดมการณ์อาจจะต้องทนเจ็บกับความเสียหายนับหมื่นล้านเยน แต่นักวิเคราะห์แสดงความคิดเห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ จะไม่สร้างรอยแผลให้กับ Toshiba มากนัก กลับเป็นผลดีต่อ Toshiba ด้วยซ้ำไป เพราะ Toshiba จะหันเอาดีทางด้านเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องเล่นมากกว่าผลิตเป็นเครื่องเล่นทั้งชุด (ก็แน่ละครับ ขายทั้งชุดไม่ออกแล้วล่ะ) และที่สำคัญก็คือ จะได้มุ่งเป้าไปยังการผลิตชิปหน่วยความจำได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นธุรกิจอันแสนสว่างไสว และยังไปได้อีกไกลสำหรับ Toshiba ครับ

 

            หลังจากการยกธงขาวของ Toshiba หุ้นของ Toshiba ขึ้นกระฉูด 6.38 เปอร์เซ็นต์ และของทาง Sony ก็พลอยได้ผลไปด้วย โดยขึ้นไปอีก 2.47 เปอร์เซ็นต์

 

“ขอบคุณมาก HD-DVD ขอให้หลับอย่างสงบ เราจะเก็บวีรกรรมอันเสียสละของท่านอยู่ในใจเราตลอดไป...”

 

อวสาน...

 

 

ขอขอบคุณ แหล่งข้อมูล

 

http://www.engadget.com/2005/09/19/blu-ray-vs-hd-dvd-state-of-the-s-union-s-division/

 http://reviews.cnet.com/4520-13817_7-6462511-2.html?tag=nav

 http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=Blu-ray&action=edit

 http://www.bcoms.net/news/detail.asp?id=7969

 http://www.tgdaily.com/content/view/11/89/

.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Sony แก้มือตอน Betamax ได้สำเร็จเสียที Hot!

#1 By Chubby Chocobo on 2008-02-23 17:55

งั้นต่อไปก็ต้องซื้อหนังแผ่นบลูเร(นอง)สินะครับ พม่านี่มันน่ากลัวจริงๆ เอ้ยไม่ใช่ สวัสดีครับหายไปนานเลยนะครับผมbig smile
แวะมาทักทายค่ะ ช่วงนี้ดูหนังสือสอบอยู่ ไม่ค่อยได้เข้ามา ช่วงนี้เห็นนานๆมาทีก็เลยแวะทัก ว่าแต่คงสบายดีนะคะbig smile

#3 By [ N o r t H S t a R ] on 2008-02-23 19:42

แวะมาทักทายครับ สนใจเรื่องทำนองนี้อยู่เหมือนกัน
โถๆ ช่างสรรหารูปสุดท้ายมาได้จริงๆ

#5 By ก๋อง *~*$treet English *~* on 2008-02-23 20:00

แต่ blu-ray ตอนนี้เห็นเริ่มวางขายในบ้านเราแล้ว.....ตกแผ่นละ 1600 บ.
.
.
โอววววววว.......ชิทsad smile

#6 By ArchmaniaC on 2008-02-23 20:06

ละเอียดดีมากครับท่าน ^^

#7 By on 2008-02-23 20:27

หลังจากเคยเป็นมิตรร่วมกันสมัย Betamax
สุดท้าย Sony ก็เอา "แสงฟ้า" ขึ้นเป็นผู้นำเสียที
สงสารก็แต่ฝั่ง HD โดนพันธมิตร (ที่น้อยอยู่้แล้ว) หักหลังเสียฉิบนี่สิ
เอาน่า ไม่เป็นไร สงคราม Hi-Def พึ่งเริ่้มครับ เดี๋ยวมีนัดหน้าค่อยลงชิงชัยใหม่ big smile
กำลังอยากจะบทสรุปแบบเนื้อๆของเรื่องนี้มาอ่านอยู่พอดีเลยครับ Hot!

#9 By SkyKiD on 2008-02-23 20:48

ยกนิ้วให้เลย เยี่ยม!Hot!
cry ขอบคุณสำหรับความรู้คร้าบบบบ
หาก Sony แก้มือไม่ได้คราวนี้ คงไม่มีโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่ 3 แน่ๆครับ

ดีแล้วล่ะครับ...

^-^

#11 By ::poompuien:: on 2008-02-23 21:24

เล่าเรื่องได้สนุกสนานน่าติดตามมากเลยค่ะ

ไม่รู้เรื่องอะไรก็มาเข้าใจเอากะบทความเนี้ยแหละopen-mounthed smile

#12 By PoY on 2008-02-23 21:31

ผมยังใช้ CD-R อยู่เลย
ยังไม่พัฒนาไปถึงขั้น DVD ด้วยซ้ำ อิอิอิsad smile
เอ้า เฮ
ในที่สุดก็มีคนเขียนบล็อคเรื่องนี้แบบละเอียดๆซะที

#14 By ซูเนะโอะ on 2008-02-23 22:26

ขำเม้นสอง

บลูเร(ง-นอง) confused smile

#15 By iDoi* on 2008-02-23 23:04

sad smile

#16 By tungmay on 2008-02-23 23:05

ในภาพประกอบน่าจะมีแตกตรงVHS ว่ามีBetamaxด้วยนะครับbig smile

#17 By 「Mysteryくん」 on 2008-02-23 23:30

ผมก็พอจะเดาออกว่าจะเป็นแบบนี้แล้วหละครับ เพราะผมก็ติดตามเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย

บลูเรย์มันเจ๋งกว่าเห็นๆอะ ต่อให้แยกไปเป็น 2 จริง ผมก็คงเลือกบลูเรย์แหละ

Hot! Hot! Hot!

แหล่มมากครับ อันนี้ อิอิ ชอบๆ

#18 By I Come From My Darkness on 2008-02-23 23:38

มันยอดมากข้อมูลปึ้กสุดๆ นับถือ

ขอบคุณจริงๆ

เพิ่งจะรู้จักกันนะ ตายซะแล้ว HD-DVD sad smile

#21 By :: KinG MoJi :: on 2008-02-24 00:25

ข้อมูลปึ้ก+เขียนได้สนุกน่าอ่านมากเลยค่ะ>w< ดังนั้นจิ้ม...Hot! 55555

(ว่าแต่ขนาด DVD ยังไม่ค่อยมีเงินซื้อ... เจอของใหม่เข้าไปแอบอยากร้องไห้ตะหงิดๆ จังค่ะ เหอๆ =w=')

#22 By Irregulars on 2008-02-24 00:55

รูปสุดท้ายเจ็บลึกบาดลึกมาก

เทคโนเดี๋ยวนี้เร็วมาก ๆ เฮชดี ดีวีดีก็มีอายุแค่สองปี
โอว สั้นจัด

รีพลาย หก
เห็นราคาแล้วแพงแซดดดดดด

Hot!
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆ แน่นปั๊กเค่อะ

#23 By ◣ t a i r a t a r a b a n ◥ on 2008-02-24 02:07

แอบงงว่าทำไมฝ่ายแพ้หุ้นขึ้นสูงกว่า...

ขอยืนไว้อาลัยให้ต่อการจากไปอย่างฮีโร่ของโตชิบ้าค่ะ
การแข่งขันอย่างนี้ดีนะ ดูแฟร์ดีจัง
แพ้ก็ยอมรับและไม่ยื้อให้คนอื่นเสียหาย โอ้
โตชิบ้า นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตจริงๆ

แล้วก็ ยินดีต้อนรับศักราชใหม่ยุคบลูเรย์
(หลังจากบอบช้ำหนักจากโครงการวิจัยMD.....)
ถือซะว่า 2ค่ายนี้พลัดกันครองสังเวียนไปคนละยุคเนาะ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆมีสาระหนักข้อมูล
กำลังสนใจข่าวนี้อยู่พอดีเลยค่ะ confused smile

อ่ะ ให้ซะ Hot!Hot!Hot!

#24 By EGUANAฟ้าประทาน on 2008-02-24 04:11

แอบสนับสนุนบลูเรย์มานานแระ
แต่ไม่คิดว่าHD-DVDจะจากไปอย่างสงบเร็วขนาดนี้
เง้อ ...อาเมน
ข่าวที่ได้ยินมา HD-DVD เลิกทำก็คือ ส่วนของสายการผลิตภาพยนตร์...
จริงๆ ตอนนี้ยังเหลือตลาดเดียวที่ HD-DVD ยังจะพอลุยได้ ก็คือตลาดด้าน DATA Storage ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะว่าปัจจุบัน BD ก็พยายามหลีกเลี่ยงการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ให้ได้มากที่สุด...ถ้าหากว่า HD-DVD ยังคงให้ความหวังกับช่องทางของตนเอง ก็ต้องรีบแก้ลำให้ได้เร็วที่สุด

#26 By naiamibios on 2008-02-24 08:30

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูล และ ข่าวสารที่ดีเยี่ยม
อ่านแล้วทำให้เต่าโบราณอย่างผมมีความรู้เพิ่มอีกเยอะ

big smile big smile big smile

#27 By Nirvana on 2008-02-24 08:33

เห็นตารางผู้สนับสนุนปุ๊ป
ก็เข้าใจทันทีปั๊ป ว่าทำไมมันเจ๊ง cry

#28 By QuarterQuartz on 2008-02-24 11:06

Sony เค้าการตลาดดีฮะ ลองดูอย่าง PS3 สิ
แต่ยังไงก้ตาม ผมว่า HD-DVD มันตันทุนต่ำกว่าต่อแผ่นอยู่แล้ว

แต่เรื่องนั้นไม่มีใครสนหรอก สนใจแค่ความจุของมันพอ
ปล.ท่าทางคุณจะชอบ Crysis นะฮะ อุๆconfused smile Hot!

#29 By Ratcicle on 2008-02-24 12:53

เราจะไม่ลืมวีรกรรมครั้งนี้ของนายนะ โตชิคุงHot!

#30 By !~Holy D_dog~! on 2008-02-24 15:31

ชอบครับเขียนอ่านสนุกแล้วรู้เรื่องดีครับชอบอย่าแรงอะเอาดาวไปเลยHot!
แต่คอมเม้นนิดนึงตรงความจุของ hd มันแค่30gb นะครับแต่ด้านบนๆเขียนไปที่50gb อะครับลองไร่หาดูนะครับbig smile
ปล.ต้องขอบคุณโตชิบ้าที่ยอมแพ้ทำให้โลกสงบสุขbig smile

#31 By varu on 2008-02-24 15:54

โอ้ว มันต่างกันชัดเจนมาก แต่ยังไงพวกเราก็คงต้องรอทั้งคู่ราคาตกอยู่ดี กว่าจะได้ใช้งาน(เหมือน DVD สมัยก่อน)

#32 By คนธรรมดา on 2008-02-24 17:06

ไม่เข้าใจอ่ะ...
แค่ดู DVD ก็ชัดจะตายแว้วววว
จะชัดไปถึงไหนนนนsad smile
แล้วเราดูๆกันมันก็จอไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย
ใครมันจะดูจอใหญ่ตึ้บๆกันเล่าsad smile

เอ... หรือเราไม่ใช่คนฝรั่งหว่า...
คือแค่ทีวีทั่วไปก็ถือว่าโอแล้วอ่ะ...

จะเอาชัดเห็นขนจมูกนักแสดงกันหรือยังไงsad smile
ยังไม่นับเพลงอีก
320 ก็ฟังแล้วเสียงแจ๋วแล้วนะ
จะริปให้มันเป็น FLAC เพื่อเปลืองเนื้อที่ทำไม...sad smile
นี่กะจะให้มันทะลวงถึงสมองเรยใช่ไม๊ sad smile

อีกหน่อย...คาดว่า DVD จะเป็น Audio DVD
10 เพลง เสียงชัดใสกิ๊ง เสียงลูกกระเดือกนักร้องกลืนน้ำลายยังได้ยินเลยอ่ะ
เอิ้กๆ...
ขำๆครับ
ส่วนตัว... ก็แค่ว่า มันเกินไปรึเปล่า แค่ DVD ก็ชัดจะตายแว้ววว sad smile
ปล. แนะนำแบบ VHS ดีกว่า... คมชัดเท่า DVD เรย เอิ้กๆๆ

#33 By ::~BilNZ~:: on 2008-02-24 17:24

ไปดีซะแล้ว HD-DVD sad smile

#34 By xViStA on 2008-02-24 19:39

เมื่อวานเพิ่งพรีเซ้นท์เรื่อง blu-ray กับ HD-DVD ไปเอง วันนี้ตายซะละ = ='
^-^ แค่ดีวีดีก็ไม่ค่อยอยากจะควักซื้อแล้ว
(แต่ก็ซื้อ -_-')

เสียใจแทนโตชิบ้า แต่ก็แอบสะใจอยู่อย่าง
เพราะ Sony กะ M$ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา
ในตลาดเกมส์คอนโซล จะแสดงว่า
Sony เดินเกมส์นี้เหนือกว่า

แล้วอย่างนี้ ถ้า Xbox ซึ่งจะต้องผลิตเกมส์แข่งกับ Sony
และต้องไปซื้อลิขสิทธิ์ Blue-ray จาก Sony ล่ะ
จะเป็นยังไง หุๆ ..
กะแล้วว่าบลูเรย์ต้องมาแรงกว่า ก็จุไฟล์ได้เยอะขนาดนั้น

แต่xboxคงจะไม่เปลี่ยนไปใช้บลูเรย์ง่ายๆหรอกครับ เพราะคนละฟอร์แมทไฟล์กัน (แต่ก็ไม่แน่ อะไรก็เกิดขึ้นได้)
*-*
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านครับ
ชื่นใจมากมาย

^-^

#38 By ::poompuien:: on 2008-02-25 14:33

ข้างบนไม่ได้อ่านเท่าไหร่ เหอๆๆๆ
ก่ะมาอ่านเม้นต์ คนเยอะอย่างนี้มีกำลังใจขึ้นโขเลยอ่ะจิ อิๆ

#39 By งิ้ง \*0*/ (125.25.93.247) on 2008-02-25 18:35

อ่อ เป็นแบบนี้นี่เอง

#40 By ฺJutatip on 2008-02-29 12:01

HD DVD เเพ้ขาด

#41 By first90 on 2008-04-13 11:16